Profiel van DararikaBorn...To...Be...Loser.....Foto'sWeblogLijstenMeer Extra Help

วรินทร อินสม

Beroep
Plaats
Interesses
I'm a pretty girl. Positive thinking.
Cheerful and I've sense of Humor, sense of Honor, sense of Beauty
Sense of achievement, sense Of Apprehension, sense of Obligation, sense of Duty, And Even Sense of Shame. Why Not??
All of this is Indeed of a Human being!!!

Born...To...Be...Loser....

The Show Must Go On....Even Though Everything has Gone!!!
Foto 1 van 44
15 februari

ลมหนาวกับเรื่องราวความรัก

ลมหนาวผ่าน...แทรกกาย...ใจสะท้าน
ไม่อาจต้าน...ด้วยแพร...แม้สักหน
ลมแทรกเบียด...กรีดผิว...เหมือนวจีคน
ไม่เคยพ้น...ต้องเจ็บ....หนาวเหน็บใจ
            หนาวลมรัก....ฤา จัก...เท่าหนาวเนื้อ
            รักพี่เจือ....ด้วยพิษ...จิตหลงไหล
            ยามพี่จาก...ใจน้อง....ดังต้องไฟ
            ยามพี่ใกล....ใจน้อง...ดังต้องมนต์
เคยมีพี่...เคลียคลอ...พนอรัก
รักแตกหัก....ไม่เหลือ...ครั้งเมื่อหน
นี่แหละหรือ....คำรัก...จากปากคน
ลวงหลอกจน....ได้รัก....กลับผลักไป
                 ขอให้พี่...มีสุข...กับคนนั้น
                 จบคืนวัน...เราสอง...อย่าสงสัย
                  รักพี่เปลี่ยน....เวียนวน...กลกามใด
                  น้องอวยชัย...ให้พี่....มีรักจริง
                               .......ดาราราย   14/02/2007
** สำหรับคุณ....คนที่ฉันเคย รัก
ขอให้คุณมีความสุข ในวันแห่งความรักนะคะ
กับใครก็ตามที่คุณเลือก 
เขาคงดีกว่าฉันมากมายนัก
ขอโทษนะคะ หากคืนวันที่ผ่านมาฉันทำให้คุณเสียใจ
แต่ฉันทำได้แค่นั้นแล้วจริง ๆ
ฉันรักคุณได้แค่นั้น...จริง ๆ
วันนี้....วันหน้า...หรือ....วันไหน...
คุณจะเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุด ในชีวิตฉัน
ฉันจะไม่ลืมว่า........
ครั้งหนึ่ง....."ฉันเคยรักคุณ"
ลาก่อนค่ะ Ucdiem
 
14 januari

ความสุข

 
                         
วันนี้..ฉันได้รับเมล์ฉบับหนึ่ง
เป็นเมล์แรกที่ฉัน ...ให้กับคนอื่นแล้ว สิ่งที่เขาตอบฉัน มันทำให้ฉัน รู้สึกดีมาก
ฉันให้อไรผู้คนมากมาย
แต่กับบางคน
ฉันไม่เคยได้สิ่งนี้
ตอนที่ฉันอ่านเมล์ ฉันร้องให้
อา.....เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ที่ฉันต้องการ
ฉันตัดสินใจอยู่นานกว่าจะโพส
ขณะที่ฉันโพส.....ฉันเมา
เมา เพราะความ คิดถึง และ เมาเพราะ มิตรไมตรี
คำ ๆ นี้หายากในชีวิตฉันเหลือเกิน
เพราะฉันอยู่เมืองนอก สังคมที่ต้อง แก่งแย่ง มัน โหดร้ายแค่ไหน ฉันรู้ดี
ฉันดีใจที่จะมีคนที่รักฉันเพิ่ม
ฉันอยากให้ทุก ๆคนรักฉัน และในวันที่ ต้องจูง ศพ ฉันเข้าสู่เมรุ ฉันอยากให้คนที่รักฉันเท่านั้น ส่งฉัน
มาฟัง เนื้อความอีเมล์กันนะ
เนื้อความในเมล์ เอ่ยว่า
 
 
เย็นวันนี้ในช่วงเวลาแห่งความสับสน
 ผมกลับมาถึงบ้าน และเห็นซองสีน้ำตาลวางอยู่...
  ดวงใจผมพองโต...
 
     พลิกซองขึ้นมาดู เห็นลายมือน่ารักของสาวเจียงฮาย ผมอมยิ้ม
 พยายามเปิดซองให้ดีที่สุดเท่าที่เด็กชุ้ยๆ คนนี้จะทำได้
  ดึงหนังสือเล่มหนึ่งออกมา น่าปกแฝงด้วยความเร้นลับ แต่อบอุ่นด้วยมือหนึ่งที่ส่งเจ้ามา
 พลิกดูหน้าแรกของหนังสือ เห็นโน๊ตแผ่นหนึ่งแนบมา ผมหยิบมันขึ้นมาดู
 
 แล้วก็ต้องยิ้มกว้างที่เป็นอักษรภาษาอังกฤษ
 
    ผมไม่อาจตอบกลับเป็นภาษาปะกิด แต่ผมขอขอบพระคุณพี่หลิน,ดารา,ดาราราย,วริณธรหรือใครก็ตาม
           และผม
                      ไม่อยากให้พี่จากไป...
 
ปล. ถ้าอยากได้หนังสืออะไรหรือสิ่งของบอกผมมาได้เลยครับ น้องชายคนนี้ยินดีส่งให้ฟรี !
     อย่างน้อยคราวนี้ผมก็รู้ที่อยู่ของพี่แล้วนะ สาวเจียงฮาย
 
                          S. (น้องชายของพี่)
13 januari

ลบเธอจากใจ

นั่งมองรูปของเธอ
ปาดน้ำตา
บาดหัวใจ
ทันใดนั้น ก็ต้องกด ดีลิตท์  ลบออกไป
ฉันหวังว่า ฉันสามารถลบคุณออกจากใจฉันได้นะ
 
วันนี้เจอเรื่องราวมา มากมาย
คงเพียงพอแล้ว กับสิ่งที่ ไม่จริง
ฉันจะคิดถึง ทุก ๆคนที่ดีกับฉันนะ
ที่สำคัญ
ฉันคงคิดถึง พี่ ทีเค มาก
เชื่อไหมว่า บางครั้ง มิตรภาพที่ดี อาจจะไม่จำเป็นที่จะเริ่มต้นด้วยดี
ทุกครั้งที่ฉันคิดย้อนกลับไป ทำให้ฉัน อดยิ้มไม่ได้
พี่สายลมฯ ที่แสนจะดุ
ก็แหม...ฉันเคยโดนผู้ชายดุที่ไหนกันเล่า
 
หนำซ้ำวันนี้โดนพี่ปุ ด่ามาอีก
พี่ปุถุชนที่ไม่เคย แสดงกิริยาแบบนี้กับฉันมาก่อน
เสียใจนะ
แต่ช่างเถอะ
แล้วมันจะผ่านไป
บางสิ่งเข้ามาเพื่อสร้างรอยจารึกไว้กับเรา
บางสิ่งเข้ามาอาจเพื่อให้เราลืม
 
หรืออาจจะเป็นเพราะฉัน
เพราะฉันทำให้ บอร์ดของเขาไม่มีคน
อืม...
พ่อสอนว่า ทำอะไรต้องรู้จักที่จะพิจารณาตัวเอง
วันนี้ฉันตัดสินใจแล้วว่า
ฉันจะไม่ไปที่นั่นอีก
 
ฉันคงคิดถึงทุก ๆ คน
พี่ทีเค พี่สายลม พี่ พีเอ็นดี พี่ทอฝัน พี่ฝักทองนึ่ง หรือแม้แต่พี่สมทรง
ขอบคุณ สำหรับคำสั่งสอน คำว่ากล่าว ตักเตือน
ขอบคุณจริง ๆ
ดาราริกา
 
อืม วันอาทิตย์ตีกอล์ฟ วอเตอร์ฟอร์ด กับพี่แอนดีกว่า
จีเอ็มให้เราไปเอาบัตรสมาชิกด้วยนี่นา
ลืมสนิทเลย
อืม ไปตีกอล์ฟวันอาทิตย์ เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
10 januari

เงา

เงา............
พาดพ้นเส้นขอบฟ้า ณ ที่ ที่ แสนไกล
ค่อย ๆ พาดทับสู่ ห้วงจิตใจที่ แสนบอบช้ำ
เงา........
ของความปวดร้าวทั้งมวล
ก่อเป็นหยดน้ำในตาที่ปริ่มเกือบล้นออกมาเป็นสาย
.................
สูดหายใจลึก ๆ เงยหน้า
กลืนน้ำตาลงไป พร้อม ๆ กับ เสียงหัวเราะที่พยายามจะบอกว่า
ไม่มีวัน.....
เธอไม่มีวันทำร้ายฉันได้อีกต่อไป......ไม่มีวัน
ฉันคิดถึงเงา...ของเธอ
ฉันไม่ลังเลใจที่จะกรอกยา แล้วดื่มน้ำตาม
ฉัน...จะ...ต้อง....ชนะ
..................
ยิ้มที่แสน...เยือกเย็น
บ่งบอกถึงชัยชนะที่มีต่อ....เงา
ฉันจะทำทุกอย่าง
เพื่อที่ฉันไม่ต้องเจอกับมันอีก
ฉันเกลียดกลางคืน
ฉันไม่อยากจะนอน
............
 
 
 
28 december

จุดจบของบางสิ่ง

จุดจบของบางสิ่งมันอาจจะเป็นจุดเริ่มของบางสิ่งก็ได้
แล้วอะไรคือจุดจบหรือ
จุดจบจากอะไรก็ตามที่นำพาให้ใจเราไปสู่ความเศร้าหมอง
เพื่อเริ่มชีวิตที่ปราศจากความเศร้าโศก ....ไม่ดีหรือ
 
การเดินทางของชีวิตที่หลาย ๆ คนอาจจะมองว่ามันไกล
สำหรับฉันแล้ว มันไม่ต่างกันเลยหากชีวิตที่ฉันมีจะจบลงในวันนี้หรือรุ่งขึ้น
 
พ่อสอนว่า...ฉันต้องหัดทำอะไรที่หัวใจฉันไม่ต้องการเสียบ้าง เพื่อความอยู่รอด
วันนี้...หากฉันมีโอกาสที่จะสั่งสอนใคร ฉันจะสั่งสอนเช่นเดียวกับที่พ่อ สอนฉัน
ฉันคงต้องเริ่มห้ามใจตัวเอง แม้สิ่งที่ฉันชอบหรือรักที่จะทำ
หากมันนำความเจ็บช้ำมาสู่ฉัน หรือ นำความเศร้าใจ และน้อยเนื้อต่ำใจมายังฉัน
ฉันจะนำพาตัวเองไปยังจุดนั้นทำไม
ลดบางสิ่ง....อาจจะเพิ่มบางสิ่ง
 
ต่อจากนี้...ชีวิตฉันต้องทำงาน หลังจากที่อู้มานาน
ชีวิตที่สุข สบายขึ้น ทำให้ฉันเริ่มขี้เกียจ มากขึ้น
แต่มันก็ดีนะ เพราะนั่นหมายถึงฉันจะมีโอกาสเดินตามฝันมากขึ้น
วันนี้ฉันรู้แล้วว่า บนถนน เส้นใด ๆ ก็ตามในโลกนี้
ย่อมไม่มีทางที่จะก้าวเดินไปได้ง่าย ๆ
 
ฉันเลือกที่จะใช้ชีวิตในรูปแบบเดิม
แบบที่เคยเป็นมา คงจะดีกว่า
การตามหาความจริงใจ ในโลกสมัยนี้
มันเหงานะ .... แต่...ฉันต้องทนให้ได้
 
เก็บเสื้อผ้า...เก็บข้าวของ
เราจองโรงแรม ไว้แล้ว
หาหมอก่อนนะ แล้วค่อยไปเจอคุณอา
อืม....ลืมของขวัญคุณอาสนิทเลย
ว้า.....แย่แล้ว
26 december

การเดินทางกำลังเริ่มต้น

ฉันคงต้องเดินทางไกลอีกครั้ง
ยาหมดแล้ว ฉันต้องไปเอายา ขับรถไปเอง เล่นเอาพี่ซ่า พี่ศิวะ พี่อ้อย ค้อน ควับ
 
ฉันดีใจมากมายเหลือเกิน ที่ฉันมีพี่สาว อีกสามคน และพี่ชาย น้องชาย น้องสาวที่เขาห่วงใยฉันจริงๆ
ฉันมีน้องชายที่เรียนอยู่ ฮาวายด้วยนะ
พี่ซ่าส่งข้อความและ โทรหาฉัน แต่พอดีฉันป่วย พี่อ้อยพอทราบข่าวว่าฉันป่วย ทั้งสองอ้อยก็โทรหาให้วุ่นไปหมด
 
นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกว่า ความอบอุ่น
เมื่อวานถ่อสังขารไปหาของตามออเดอร์ กว่าจะได้แทบตาย ได้คุยกับ พี่ชายคนหนึ่ง ที่ฉันนับถือเขา เขาใจดีมากที่ช่วยสอนสั่งฉัน
ก็เลยโดนดุ ซะ... ก็สมควรแล้วเรา ... เพราะเราเองอาจจะคุกคาม ความเป็นส่วนตัวของเขา มากเกินไป
เพียงแต่เรารีบเพราะต้องไปหาของในออกเดอร์ เลยไม่ได้โน๊ตไว้ และอีกอย่าง พี่เขาเป็นคนตรง
อาจจะไม่ดุ แต่เรารู้สึกว่าเขาดุนะ หรือเราขี้ใจน้อยนะ
 
ต่อจากนี้คงไม่กล้าขอความเห็นใครอีกแล้ว เป็นตัวเอง คงจะดีที่สุด อะไรก็ไม่ร้ายเท่า สิ่งที่เราพูดไป กลับกลายเป็นว่าเรา เป็นฝ่ายหาเรื่อง
เราเหนื่อยแล้วกับสังคมแบบนี้
 
เราไม่มีพ่ออีกต่อไปแล้ว ดูเหมือนเราทำอะไรเราจะขาดความมั่นใจและกลายป็นคนอ่อนแอไปหมด....ซึ่งไม่ดีเลย
เราเสียใจหากเราทำให้พี่เขารู้สึกว่าเรา ก้าวก่ายความเป็นส่วนตัว....ซึ่งไม่ใช่นิสัยของสุภาพชนเลย
แต่เราไม่มีใคร....เราเพียงแค่อยากให้เขาทราบว่าเรา ไม่ได้คิดเอง หรือ เรารู้สึกแย่มาก ๆ ที่ขายหน้าคนอื่น
เราสงสารเขานะ ในใจเราลึก ๆ ...แต่ท้ายที่สุด ตอนเราโดนด่า
ใครสงสารเรามั่งนะ.....
บทเรียนอีกบทหนึ่งคือ .... เรามีแค่ตัวเราเองเท่านั้น
จะหาใครเข้าใจเรา...คงไม่มี
วันนี้เราต้องเอารถไปเข้าศูนย์เช็ค ....เพื่อการเดินทาง
เราต้องไปหาหมอ....ขับรถไปเอง ไปหาหมอเอง .....หากเราพูดแบบนี้กับใคร ใคร เขาคงว่าเราเรียกร้องความสงสารหรือ
เรียกร้องความเห็นใจอีก ...แต่เราหาได้มีเจตนาอย่างนั้นนะ
เราเพียงแต่เราอยากจะบ่นว่าเราเหนื่อยจังเลย 
 
พรุ่งนี้เราเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กอีก ห้าสิบกว่าชีวิต เราเลี้ยงอาหารกลางวันพร้อมกับไอศครีม
อยากให้พี่ซ่า พี่อ้อยทั้งสองอ้อย พี่ศิวะ และน้อง ๆ ทุกคนได้มาทำร่วมกันจัง
เวลาเห็นเด็กที่เขากินอิ่มอร่อยแล้วมันมีความสุขมาก
แล้วชาวบ้านเขาเต็มใจช่วยเป็นลูกมือเราหมดเลยทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน
เราขออะไรเขาทำให้เราได้หมดดูเหมือนเขาจะยินดีมากด้วยซ้ำ
ครั้งต่อไปจะชวนพี่อ้อย สองอ้อยและพี่ซ่า มาด้วย
 
 
 
 
ฉันกำลังจะออกเดินทาง
โดยไร้เธอเคียงข้างเช่นวันวาน
ไม่มีฝันที่จะคอยร่วมกันสาน
ไร้ซึ่งวันวานของสองเรา
         
18 december

เท่านี้ก็เพียงพอ

ตีสี่ สินะ
 
ฉันฝันถึงคุณ.... ฝันว่าคุณใส่กางเกงแสลค สีดำเสื้อสีขาว คุณเดินมาหาฉันพร้อมกับทำหน้างอแบบเดิม (ฮา)
 
คุณต่อว่าต่อขานฉันต่าง ๆ นา ๆ คุณได้คืนของสิ่งหนึ่งให้ฉัน พร้อมกับสายตาที่ ไม่มีฉันอีกต่อไป
 
แล้วคุณก็หันหลังไปที่รถ มีใครอีกคนรอคุณอยู่ข้างใน.....อา......
 
ตกใจตื่นมา....คราบน้ำตายังอยู่ตรงหางตา
 
นี่ฉันร้องให้หรือไร ... ร้องทำไมกัน .... เราควรจะดีใจสิ....ร้องทำไม
 
สิ่งที่ฉันอยากจะบอกคุณในฝันแต่ไม่มีโอกาศบอกคือ
 
ฉันขอโทษ.........
 
ฉันขอโทษที่รับกับความเปลี่ยนแปลงของคุณไม่ได้  ในฝันคุณถามฉันว่า ทำไมฉันต้องไปจากคุณ
 
ช่างเป็นคำถามที่ยากเหลือเกิน  ในชีวิตจริงฉันไม่รู้ว่าจะตอบมันได้ไหมด้วยซ้ำ
 
เหตุผลที่ฉันต้องเดินจากคุณไปนั้นคือ
 
- ความเป็นไปได้ที่เราสามารถจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมันน้อยมาก คุณมีครอบครัวที่ต้องดูแล และคุณก็มีปัญหากับพวกเขา ที่สำคัญ  คุณแคร์พวกเขามาก แต่คุณไม่ผิดนะ
  เพียงแต่มันทำให้ฉันรู้ว่า  แท้จริงแล้วคุณไม่ได้เกิดมาเพื่อฉัน
 
- ความไม่เสมอต้นเสมอปลายของคุณ  ทุกครั้งฉันบอกคุณเสมอ ว่า เคยปฎิบัติกับฉันอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างเดิม ไม่ต้องเพิ่มหรือลด
ตรงนี้คุณทำไม่ได้
 
- ความเคารพ สิทธิเสรีภาพ หรือ เคารพความเป็นส่วนตัว คุณไม่เคยมีให้ฉันเลย
 
- ฉันไม่เคยอยู่ในสายตาของคุณเลย สังเกตุได้จากการถ่ายรูป คุณไม่เคยตั้งใจที่จะกดชัทเตอร์เลย ในแต่ละชอร์ต
   ซึ่งตรงนี้ ทำให้ฉันเจ็บมาก รูปที่ถ่ายหนึ่งร้อยใบ ดีแค่ ไม่ถึงสิบรูป ฉันน้อยใจมาก แต่รูปที่คุณถ่าย ทิวทัศน์กลับสวยอย่างหาที่ติไม่ได้
   ซึ่งในตอนแรก ตอนเราเริ่มคบกัน ทุกรูปที่คุณถ่ายให้ฉัน มันสวย และไม่เคยเสียเลย  ทำไมหรือ...ฉันไม่ได้อยู่ในสายตาคุณอีกต่อไปแล้วใช่ไหม
 
อา....ร้องให้หรือนี่....อย่าร้องเลย วรินทร  ปล่อยเขาไปเถิด...อย่ารั้งเขาแม้สักนาที
06 december

ไปเป็นครูดอย

ไปเป็นครูดอย

ดาราได้ทำการสมัครไปเป็นครูดอย ที่หมู่บ้านยะฟู
ดาราโอนเงินค่าใช้จ่ายและได้รับการยืนยันเป็นคนแรก
ตลอดเวลาคิดว่า เราควรจะไปดีไหม
คำตอบคือ ไม่แน่ใจ
กลัวว่าตัวเองจะไปสร้างความลำบากให้คนอื่น
กลัวว่าทางสมาคมเขาอาจจะต้องเดือดร้อนเพราะเรา
เนื่องด้วย เราป่วยอยู่แล้ว
ทำอย่างไรดี กับความตั้งใจที่มีเต็มร้อย
พลาดครั้งนี้ รู้ดีว่า ชั่วชีวิตคงไม่มีโอกาสอีก
เอาเถอะ..........เราตัดสินใจที่จะไป
ก่อนไปเขาจะแนะนำตัว เราจะบอกปัญหาของเราให้ทางชมรม แล้วจากนั้นคุณครูเจด็จคงตอบคำถามนี้ได้
ถ้าครูเจด็จเห็นว่าไม่สมควร เราคงฝาก ขนมและอุปกรณ์การเรียนการสอน ขึ้นไปให้แทน
เราไม่อยากเป็นภาระหรือตัวถ่วงใครเลย
หลาย ๆ ครั้งในชีวิตนะ ที่เจออะไรแบบนี้ บางครั้งชวนให้ท้อและเบื่อหน่ายกับ ตัวเอง
แต่สิ่งไหนที่เราตั้งใจไว้แล้ว
ขอให้เราแค่ได้ทำ.........ผลที่ออกมานั้นจะเป็นอย่างไร
เราจะยอมรับมัน
ถ้าทางมูลนิธิ ไม่ให้เราไป เราก็ยอมรับในเหตุผลนั้น ๆ และเราเข้าใจดี เราจะไม่เสียใจ เพราะว่า อย่างน้อยเราได้ลองแล้ว เราได้พยายามแล้ว ทำได้ กระทำ มันแล้ว

เรารู้ตัวเองเสมอ ว่าเราเป็นใครและเราทำอะไรอยู่
เจตนาของคน มันส่อได้ถึง จิตใต้สำนึกของคนนั้น ๆ
เราเบื่อที่ต้องนั่ง ๆ นอนอยู่บ้าน
ล่าสุด เข้าเวบนักเขียน ที่หนึ่ง ไม่ใช่บุ๊คไซเบอร์นะ
เขาก็คิดว่าเราเป็นตัวปัญหา ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เราเข้าเวบนั้นไม่ได้ น่าน้อยใจนะ เราน้อยใจนะ
แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อเราไม่ใช่นักเขียน ที่สำคัญ เราได้พยายามแล้ว
เราชอบมองดูผู้คนนะ เราชอบมองดูปฎิกิริยาของผู้คน
เช่น ถ้าเราว่าของสิ่งหนึ่งไว้ไกล้ตัวเรา ของสิ่งนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่คนทั้งประเทศรังเกียจ แต่เราจะเอามันมาวางไว้ใกล้เรา เพื่อที่เรา จะได้รู้ว่า แท้จริงแล้ว
จิตใจของคน ๆ นั้นที่มองมายังเรา เขาจะใจกว้างหรือใจแคบแค่ไหน
เราไม่ได้แสดงว่าของสิ่งนั้นเป็นของรักของชอบเรานี่นา
เราแค่ เอามันมาวางไว้ และนั่นมันจะทำให้เรารู้ว่า
คนที่มองมายังเรานั้น เขาใจกว้างแค่ไหน เขาเป็นผู้ใหญ่มากแค่ไหน ที่สำคัญ เขาเป็นคนที่ตัดสินอะไร จากสิ่งที่เห็นหรืออ่านเท่านั้นใช่ไหม
มาถึงตรงนี้ หลาย ๆ คนที่เรา รู้จัก และเป็นผู้ใหญ่พอ ก้าวข้ามตรงนี้และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเรา
และอีกหลาย ๆ คน ทำเอาเรา เสียความรู้สึกและ ผิดหวัง แต่ก็นั่นแหละ ขำ ขำ นานาจิตตัง

คนที่ฉลาด เขาย่อมทราบดีว่า เราใช้ชีวิตอยู่เมืองนอก
เราไม่มีผลกระทบอะไรเลย กับที่นี่
และคนที่ผ่านการเรียนรู้ชีวิตมาจริง
ย่อมทราบดีว่า คนโง่ ไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตอยู่เมืองนอก
และทำธุรกิจ หรือเรียน จนประสบความสำเร็จได้ ด้วยอายุเพียงเท่านี้!!!!

เปล่านะ....เราไม่ได้หมายถึงใคร
เราเพียงแต่ให้แง่คิดว่า อย่าตัดสินคนอื่นด้วยความคิดของตัวเราเอง
เปลือก.....คำนี้สำคัญนะ
เราแสดงออกอย่างไร คนที่ใช้แต่ตาดูก็จะเห็นแค่นั้น
เราชอบแสดงออกให้ทุกคนรู้ว่า เราคือใคร
ดารา อาจจะไม่ใช่คนอ่อนหวาน ก๋ากั่น ไร้การศึกษา ไม่มีมารยาท
หรืออีกด้านหนึ่ง คือเรียบร้อย มีการศึกษา สังคมเก่ง อ่อนหวาน
ใครจะรู้ตัวตนของเราได้...นอกจากตัวเราเอง
เราพอใจที่อาจจะทำให้คนคิดอย่างนี้ แต่เชื่อเถอะว่า
คนที่เขาฉลาด จริง ๆ และเป็นผู้ใหญ่จริง ๆ เขาจะมองข้ามการกระทำของฉัน และเขาจะมอง มันทะลุถึงเหตุผลในการกระทำของฉันต่างหาก
ในที่นี้ ฉันเจอแค่เพียง ไม่กี่คน ซึ่งเขาสามารถดูฉันได้ถึงจิตวิญญานฉันเลย
เมื่อใดที่พวกเขาได้ใจฉันแล้ว พวกเขาจะได้ความเคารพ ศรัทธา ทั้งใจ จากฉันเลยทีเดียว
มันคุ้มมาก กับการวางของสิ่งนี้ สิ่งที่คนทั้งประเทศไม่ชอบ
555555555

ฉันชอบมองดูวิถีคน
ฉันชอบมองดูการกระทำหรือ รีแอคชั่นของผู้คน

มนุษย์เราเอ๋ย ....เราเกิดมา จากธุลีเดียวเหมือนกัน
เวลาเราไปเราก็ไปแบบธุลีเดียว.....
เราเป็นผู้พิพากษาได้แค่ตัวเราเอง เราไม่สามารถตัดสินความดีชั่วคนอื่นได้ ตราบใดที่เรายังไม่เคยตัดสินความดีเลวของตัวเราเอง....
เงิน....ไม่ใช่ที่สุดของชีวิต
ความสงบต่างหาก คือที่สุดของชีวิต

มาถึงตอนนี้ หวังว่า "คุณ" คงจะคิดได้ว่า แท้จริงแล้ว อะไรคือหลุม อะไรคือพราง
และอะไรคือฉลาด อะไรคือ โง่

03 december

ความสุขของคนให้..แม้ไม่เคยได้รับ

นอนอยู่บนที่นอน กับความคิดหลายๆอย่าง
ถามตัวเองว่า
ถ้าวันนี้ฉันตายไป.....สิ่งไหนที่ฉันยังอยากจะทำแล้วไม่มีโอกาสมั่ง
หรือสิ่งไหนที่ทำไปแล้ว....ทำให้ฉันเสียใจและ ผิดหวังมั่ง
คำตอบคือ....ไม่เลย
ฉันได้ทำในสิ่งที่ฉันอยากจะทำแล้ว...และผลออกมา...แม้ว่าฉันเองที่ต้องเจ็บ
ฉันก็จะไม่ขอเสียใจเลย
เพราะว่า....ฉันได้ กระทำ  มันแล้ว
หลายๆอย่าง  ......หลายๆครั้ง......ที่ฉันทำเพื่อคนอื่น........แต่สิ่งที่ฉันได้รับ...มักจะไม่ต่างกันเลย
 
มนุษย์เรา.......คาดหวังอย่างเดียวว่า.......อยากให้คนอื่น เข้าใจ และเห็นใจ ตัวเอง
แต่ก็ไม่เคยที่จะนำใจของตัวเองไปสู่ยังคนอื่น
ถามว่าจะมีสักกี่ครั้งและจะมีสักกี่คนที่ทนได้......ฉัน..ไม่
 
ไม่เป็นไร...ความรักฉันมีมากมายต่อทุกๆคนบนโลก
แม้ว่าฉันอาจจะไม่เคยพูด....แม้ว่าฉันอาจจะไม่เคยแสดง.....และแม้ว่าคนๆนั้นอาจจะไม่เคยรับรู้
ช่างเถอะ.....ฉันคงทำได้แค่นี้และฉันได้ทำมันแล้ว...และทำมันอย่างดีที่สุดด้วย
เพียงเท่านี้...ฉันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเสียใจหรือเสียดายอะไรเลย
หากว่าให้ไปแล้วทั้งหมด.....แต่มันยังไร้ค่าใดๆต่อคนที่ฉันให้.......ฉันเลือกที่จะหยุดและให้กับคนอื่นต่อ
ด้วยความหวังที่ว่า .....สักวัน...ฉันคงจะได้เจอคนที่เขาเห็นค่า...ในสิ่งที่ฉันให้
ใช่.....ฉันเพียงแค่ขอให้เขาเห็นว่าฉันได้ให้อะไรไป.......ฉันไม่ต้องการว่าเขาจะต้องให้ฉันกลับ
ฉันขอเพียงแค่ให้เขาเห็น.........ก็เท่านั้น.......เท่านั้นจริงๆ
 
 
ความเจ็บปวดจากร่างกายที่ป่วยอยู่แล้ว......มันทรมานนะ
หากฉันต้องปวดใจอีก....ฉันคงรับไม่ได้
มาวันนี้.....ฉันไม่ผิด..ที่จะเลือก "หนี" จากความเจ็บปวดอันนั้น
ฉันจะไม่มีวันนำพาตัวเองไปยังห้วงความเจ็บปวดใด ๆ อีก
ต่อให้.....ฉันต้องเป็นคนผิดในสายตา........"คนอื่น" ก็ตาม
ฉันมีสิทธิ์ที่จะปกป้องตัวเอง
 
ขอให้โชคดีกับทางที่เลือก
ฉันคงต้องเดินทางไกล.....เร็วๆนี้
โชคดีนะ
วรินทร
26 november

ป่วยอีกแล้ว

วันนี้เลือดไหลออกทางจมูก สี่ครั้งแล้ว
 
จะมีครั้งที่ ห้าไหมนะนี่
 
เหนื่อย..........เพลีย...........คิดถึงพ่อ
 
เลือดสด ๆ อยู่ดี ๆ ก็ไหลออกมาเยอะมา คงไม่ใช่สัญญานที่ดี
 
กำลังจะได้ไปเจอพ่อ........ดีใจจัง
 

Windows Media Player

*